ชูสีไทเฮา นางพญาเหนือมังกร

คนไทยเรารู้จักพระนางซูสีไทเฮาค่อนข้างดี จากภาพยนตร์จีนที่ฉายในบ้านเรามาตั้งแต่อดีด รวมทั้งหนังสือแปลที่มีมากมาย ผมจะลองไล่เรียงดูในเรื่องหนังที่กล่าวถึงพระนาง และ แทรกในส่วนประวัติ เพื่อความเข้าใจเรื่องราวมากขึ้นน่ะครับ
เรื่องนี้ เริ่มเรื่องตั้งแต่พระนางยังไม่ได้เข้าในวัง จนถึงช่วงที่พระนางได้เริ่มว่าราชการหลังม่าน ภาพยนตร์ชุดนี้ได้ถ่ายทอดการแสดงการบริหารงานสำเร็จราชการของพระนางซูสีไทเฮาไว้อย่างละเอียดในชุดนี้ผู้เล่นเป็นพระนางซูสีไทเฮาคือ “หลิวเซียะหัว ” พระนางซูสีไทเฮา เกิดวันที่ 29 พฤศจิกายน 1835 เดิมชื่อ เยโฮนาลา ครอบครัวเป็นคนชั้นกลางชาวแมนจู บิดาเป็นขุนนางท้องถิ่นเล็กๆ (บางแหล่งว่า เป็นทหารรักษาพระราชวังต้องห้าม)
เมื่ออายุ 17 ปี ได้ถวายตัวเป็นนางสนมของ ฮ่องเต้เสียนเฟิง ต่อมานางตั้งครรภ์และได้ให้พระโอรส เหตุการณ์นี้ทำให้นางได้เลื่อนขั้นเป็น กุ้ยเฟย (สนมชั้นสูงสุด) เนื่องจากฮ่องเต้เสียนเฟิง มีอายุสั้นเพียง 30 ปี สวรรคตไปเมื่อปี 1861 (2404 ) พระโอรสเพียงพระองค์เดียวที่กำเนิดโดยสนมกุ้ยเฟย ( ซูสีไทเฮา )จึงได้ขึ้นครองราชย์สืบมา ทรงพระนาม ถงจือ ตามประเพณีของราชวงศ์ชิง คณะผู้สำเร็จราชการต้องเฉลิมพระนามแด่พระราชินี และนางเยโฮนาลาว่าเป็นพระราชินีหม้าย (Empress Dowager) นางเยโฮนาลาได้พระนามว่า “”ซูสีแปลว่า พระมารดาแห่งความเจริญรุ่งเรือง””

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระนามาภิไธยสมเด็จพระจักรพรรดิได้ประกาศเฉลิมพระนามาภิไธยของพระชายาทั้งสอง โดยสมเด็จพระจักรพรรดินีเจินในพระชนมายุยี่สิบเจ็ดพรรษาเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีฉืออัน พระพันปีหลวง (จีน. 慈安皇太后; พินยิน. Cí’ān Tàihòu; จีนกลาง. ฉืออันไท้โฮ้ว; รู้จักในไทย. ซูอันไทเฮา)

ซูสีไทเฮาในตำแหน่งพระอัครชายา พระชันษายี่สิบห้าชันษา เป็น สมเด็จพระจักรพรรดินีฉือสี พระพันปีหลวง (จีน. 慈禧太后; พินยิน. Cíxǐ Tàihòu; จีนกลาง. ฉือสีไท้โฮ้ว) ว่าราชการหลังม่าน จนถึงปี 1873 ที่ฮ่องเต้เติบโตขึ้นจนสามารถว่าราชการเองได้ ที่โดยฮ่องเต้ถงจื้อเป็นคนเสเพลและโปรดการเที่ยวซ่องโสเภณี และว่ากันว่าพระองค์สวรรคตด้วยโรคซิฟิลิต

เมื่อปี 2418 (1875) ในปี 1893 พระนางซูสีไทเฮา ได้ถวายพระราชอำนาจบางส่วนคืนให้พระจักรพรรดิกวางสู ไปทดลองบริหาร เมื่อองค์จักรพรรดิได้อำนาจมาแล้ว พระองค์ก็ใจร้อนตามประสาคนหนุ่ม พระองค์ก็กระหายอยากที่จะปฏิรูปประเทศแบบเร่งด่วน เพราะพระองค์มองว่า การปกครองแบบพระราชมารดานั้นล้าสมัย หากจะกอบกู้ประเทศจีนก็ต้องทำอะไรที่มันทันสมัย รวดเร็ว ฉับไว และถึงรากถึงแก่น

แต่ในสายพระเนตรของซูสีไทเฮานั้นกลับมองว่า การกระขององค์พระจักรพรรดินั้น เป็นการ” หักด้านพร้าด้วยเข่า” ซึ่งการไปงัดข้อกับเหล่าขุนนาง และเจ้าที่ดินในยุคนั้น ถือเป็นการฆ่าตัวเองตายชัดๆและอีกอย่าง คือพระนางมองออกว่า พระจักรพรรดิหนุ่มนั้น กำลังถูกพวกคังโหย่วเหวยหลอกใช้ พระนางในฐานะพระพันปีหลวง และเป็นคนที่ต้องแบกเอาชะตากรรม ของราชวงศ์เอาไว้ จึงไม่ยอมให้ราชสำนักที่บรรพชนสร้างไว้ ต้องมาพินาศในมือพระนาง ด้วยเหตุนี้พระนางจึงตัดสินพระทัยเข้าปกครอง บริหารเองให้สิ้นเรื่องสิ้นราว นำพาราชวงศ์ยุคในพระนาง ข้ามฝังฝันได้จนสำเร็จ สมดั่งใจที่พระนางปราณาไว้
“พระบรมศพพระนางซูสีไทเฮา ” ซูสีไทเฮาฝ่าฝืนกฎการสืบสันตติวงศ์โดยนำหลายชาย ( ลูกน้องสาว) นามกวางซวี หรือ กวางสู อายุเพียง 3 ขวบ ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป ฮองเฮาทั้ง 2 พระองค์ก็ยังคงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระจักรพรรดิเช่นเดิม จนเมื่อฉืออันไทเฮาสิ้นพระชนม์ในค.ศ. 1881 ( ในหนังว่าพระนางซูสี เป็นผู้วางยา )

ซูสีไทเฮาจึงได้ขึ้นมีอำนาจเต็มเหนือแผ่นดินจีน พระนางซูสีไทเฮา สามารถก้าวจากสามัญชน สู่การปกครองจีนหลังม่านมาถึง 3 ฮ่องเต้ ฮ่องเต้ถงจื้อ, ฮ่องเต้กวงสู และฮ่องเต้ซวนถง(ปูยี) นับว่าพระนางเป็นสตรีที่ทรงอิทธิพลสูงสุดของประเทศจีนมาอย่างยาวนาน ( 1861-1908 ) ในยุคสมัยของพระนาง ต้องต่อสู้กับการรุกรานของชาติตะวันตก และเกิดสงครามฝิ่น และการกบฏ กลุ่มต่อต้านมากมาย นับว่ายากลำบากอย่างยิ่ง นับว่าพระนางไม่ธรรมดาเลยครับ และนี่คือประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของสตรีจีน ที่สามารถขึ้นได้ถึงจุดสูงสุดของการเมืองแดนมังกร และเธอคือ หงษ์เหนือมังกร จริง ๆ

ที่่มา :: ร้อยเรื่องราว ไปกับ เจ้าประคุณปราบสุราพินาศ http://oknation.net/blog/moviehall/2008/03/29/entry-1

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *