หูฉลามเมนูต้องห้าม

ย้อนหลังไปสมัยจักรพรรดิ์ของจีน (โอรสแห่งสวรรค์)รุ่งเรืองอำนาจ สิ่ง ต่างในโลก ล้วนเทิดทูนสู่องค์จักรพรรดิ์ อำนาจ เกียรติยศจำเป็นต้องรักษาและครอบครองให้ยาวนานขึ้น เรื่องของการมีชีวิตอยู่ที่เป็นอมตะกว่าปถุชนทั่วไป จึงเป็นที่ต้องการ


การปรับสมดุลย์ธาตุอิน-หยาง จึงเป็นเรื่องต่อมา การเสพสุขก็เป็นเรื่องหนึ่งของการปรับธาตุที่ องค์จักรพรรดิ์พึงกระทำ เพื่ออายุที่ยาวนาน แต่มีพลานามัยที่สมบูรณ์นั้นหากเกิดแต่ฝ่ายกามอย่างเดียวไม่
(หญิงงามทั้งแผ่นดินในวังหลวงไม่ต่ำกว่า 2000 คนต่อจักรพรรดิ์1องค์)
การบำรุงเพื่อพลานามัย อาหารจึงสำคัญ การจัดสำรับเสวยมื้อหนึ่งไม่ตำกว่า 100 เมนูให้เลือก เมนูร้อน เย็น ต้องเลือกสรรค์ให้เหมาะกับ วันเดือน ปี เกิด หรือต้องเข้ากับฤกษ์ยามในแต่ละวัน กับสิ่งแวดล้อมนั้นๆๆ

ความแปลกและแตกต่าง เรื่องของอาหารจึงเกิดขึ้น ที่ต้องทำเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงและเป็นความลับ เมนูต่างๆจึงเป็น “เมนูต้องห้าม” ที่สามัญชนห้ามดู ห้ามกินบางทีทำไว้เพื่อให้รู้ถึง พระเกียรติยศ อันมีแต่ความเกลียดชังในราษฎร


หูฉลาม อาหารแห่งความสูงส่งในยศถาเครื่องหมายของตัณหา ที่ยาวนานกว่าพันปีจากหลักฐานบันทึกโบราณที่มีหูฉลามเป็นอาหารอันเลิศรสด้วย คติความเชื่อที่ว่า “หูฉลาม” เป็นที่มาของพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ยาอายุวัฒนะมีพลังบำรุงทางเพศ เมื่อกินเข้าไปแล้วภาษาจีนกวางตุ้งเรียกว่า “โป๊วสั่น” หรือทำให้ร่างกายสดชื่น
“พระกระโดดกำแพง” เป็นหนึ่งในตำนานอาหารฮ่องเต้ มีเรื่องเล่ากันว่าในช่วงเวลาที่องค์ชาย 14 แห่งราชวงศ์ชิง รู้ว่าถูกองค์ชาย 4 วางแผนชิงอำนาจ บรรทมไม่หลับเสวยไม่ได้ กุ๊กราชสำนักระดมอาหารสุดยอดจากตำรามาเริ่มกระบวนการตุ๋นใช้เวลาถึง 18 ชั่วโมง ทันทีที่เปิดฝาโถกลิ่นอาหารก็ฟุ้งกระจายออกนอกวัง เข้าจมูกหลวงจีนจากวัดเส้าหลิน หลวงจีนตบะแตกทนไม่ได้ ใช้วิชาตัวเบา กระโดดข้ามกำแพงมาเอ่ยปากขอชิม


อาหารสูตรนี้จึงได้ชื่อว่าพระกระโดดกำแพง มาตั้งแต่นั้น เมนูของพระกระโดดกำแพง มีตั้งแต่ หูฉลาม, ปลิงทะเล, กระเพาะปลาสด, รังนก, เป๋าฮื้อ ฯลฯ ขั้นตอนการทำที่ต้องใข้เวลา และยุ่งยากเอาเรื่อง กว่าจะได้กินต้องเตรียมการเป็นวันๆ ต้มตุ๋นให้มีรสชาติที่ หอมกลมกล่อมเคล็ดลับน้ำซุปหูฉลามจะเป็นสูตรเฉพาะตัวของผู้ทำ หูฉลามน้ำแดงต้มกันนานกว่า 6 ชั่วโมงและขันตอนการต้มและล้างอย่างพิถีพิถัน


หูฉลามชนิดเปียกหรือหูฉลามแช่เย็น เลือกซื้อที่มีสีขาว ถ้ามีสีเหลือง ๆ แสดงว่าเก่า นำมาต้มน้ำทิ้ง 1 ครั้งก่อน แล้วนำมาต้มกับน้ำ ขิงแก่ทุบ ต้นหอม เพื่อดับกลิ่นคาว ทำ 4-5 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเหยาะเหล้าจีนลงไปด้วย ต้มต่อจนหูฉลามสุก
หูฉลามแบบสำเร็จอบแห้ง เอาหูฉลามสำเร็จแบบอบแห้งแช่น้ำ กว่า 10 ชั่วโมงจนนุ่ม นำมาต้มน้ำทิ้งอีก 1 ครั้งก่อนจึงนำมาต้มกับน้ำ ขิงแก่ทุบ ต้นหอม เพื่อดับกลิ่นคาว ทำ 4-5 ครั้ง ต้มจนหมดกลิ่นคาว คร้งสุดท้ายใส่เหล้าจีนลงไปด้วยเล็กน้อย ต้มต่อจนหูฉลามสุก


หูฉลาม 1 หู มีสารอาหารน้อยกว่าไข่ไก่ 1 ฟอง โครงสร้างฉลามก็คือเป็นกระดูกอ่อนเกือบทั้งตัว ส่วนของครีบที่ใช้ปรุงเป็นหูฉลามนั้นมีลักษณะเป็นเส้นเอ็นคือ คอลลาเจน(Collagen) กับ อิลาสติน(Elastin)
การได้มาของหูฉลามเป็นเรื่องที่โหดร้าย และสะเทือนใจใครหลายคนที่ได้ยินเรื่องเล่าต่อๆกันมา มีดคมกริบ บรรจงกีดไปที่ครีบทุกครีบที่ยื่นออกมาจากตัวปลาฉลามรวมทั้งหาง แล้วตัวฉลามหละชาวประมงจะทำอะไรกับมัน
อดีตเมื่อทำการตัดครีบหูฉลามเป็นที่เรียบร้อย ส่วนที่เหลือคือตัวปลาฉลามไม่ว่าจะยังเป็นหรือตายก็จะ
ถูกโยนลงทะเล แต่ปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากประชากรของโลกที่มากมายจะล้นโลก ตัวฉลามทุกส่วนจะถูกนำมาแปรรูปเพื่อเป็นอาหารมนุษย์เกือบทั้งตัว เนื้อฉลามที่ไร้ไขมันเป็นที่ต้องการของมนุษย์ ที่กลัวอ้วน หลากหลายเมนู กระดูก ตับฉลาม ก็จะกลายเป็นอาหารเสริม ส่วนหนังคือเครื่องประดับของบรรดาสาวงาม
มาพูดถึงฉลามกันซักนิด…

ฉลามจะโตถึงวัยผสมพันธุ์ต้องใช้เวลา 10-15 ปี ส่วนใหญ่ก็จะผสมพันธุ์หนึ่งครั้งต่อสองปีตั้งท้อง ประมาณ18 เดือน ฉลามโดยมากเป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัวกับการล่าฉลามที่ทำกันทั่วโลก กับชีวิตนักล่าที่ถูกล่า ในช่วงเวลาที่นานของการขยายพันธ์ด้วยเหตุนี้เอง ฉลามจึงต้องเผชิญกับปัญหาสูญพันธุ์ หรือจะเหลือแต่ชื่อ…!
สัตว์ที่ได้ฉายานามว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ใต้ทะเลมีชีวิตกำเนิดมาก่อนไดโนเสาร์ มีประสาทการฟังและการดมกลิ่นที่เฉียบแหลมสามารถได้ยินเสียงปลาที่ว่ายน้ำ อยู่ไกลถึง 2 กิโลเมตร สามารถดมกลิ่นคาวเลือดอ่อนๆ ที่อยู่ไกลตัว จ้าวแห่งท้องทะเล แต่กลับมาแพ้พลังการกินของมนุษย์ อย่างราบคาบ…!!!

ปลาที่โหดร้าย แต่น่าสงสารที่สุด โลกใบนี้สามารถเปลี่ยนสถานะทุกสิ่ง ผู้ล่าอาจกลับกลายเป็นเหยื่อ ทำดีเข้าใว้ยังอาจเหลือชื่อ…. ไว้ให้น่าจดจำ

ที่มา http://oknation.nationtv.tv/blog/paper-life/2011/05/20/entry-1

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *