ชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน

ชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน (เขมร: ចិនកម្ពុជា) คือชาวจีนที่เกิดในประเทศกัมพูชา หรือเป็นเชื้อสายของผู้อพยพชาวจีน หรือ ชาวจีนโพ้นทะเล โดยอาจเป็นลูกผสมระหว่างชาวกัมพูชากับจีนที่อาศัยอยู่ภายในประเทศกัมพูชา ในช่วง ค.ศ. 1960-1970 มีชาวจีนอาศัยอยู่ในกัมพูชาประมาณ 425,000 คน แต่ภายหลังเหตุการณ์ของเขมรแดง ชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนจำนวนมากต่างอพยพออกนอกประเทศ ทำให้ประชากรชาวจีนในช่วงปี ค.ศ. 1984 มีจำนวนชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนเพียง 61,400 คน โดยชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ถือสัญชาติกัมพูชา
ประวัติ
ยุคประวัติศาสตร์
ในช่วงศตวรรษที่ 13 โจว ต้ากวน (จีน: 周达观) นักการทูตชาวจีนในสมัยนั้นได้เดินทางมาสู่ดินแดนอาณาจักรเจนฬา โดยได้ทำการบันทึกเกี่ยวกับวัฒนธรรมการดำรงชีวิตของกัมพูชาในสมัยนั้นจนทำให้ดินแดนนี้เป็นที่รู้จักของชาวจีนมาช้านาน จนกระทั่งในศตวรรษที่ 16 นักเดินเรือชาวโปรตุเกสได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับชาวจีนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตพนมเปญในปี ค.ศ. 1620 โดยผู้อพยพชาวจีนในสมัยนั้น ส่วนมากจะเป็นผู้ชายและได้แต่งงานกับสาวในท้องถิ่นนั้นๆ เช่น ชาวเขมร และชาวจาม และลูกหลานของพวกเขาเหล่านี้ก็ถูกหลอมรวมกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม โดยส่วนมากคนเชื้อสายจีนจะเป็นผู้กุมอำนาจทางเศรษฐกิจ และอาศัยอยู่ร่วมกันกับชาวเขมรดั้งเดิมที่ทำเกษตรกรรม โดยผู้สืบเชื้อสายจีนที่เป็นชาย จะไว้ทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์ของจีน โดยกลุ่มลูกหลานชาวจีนในกัมพูชาที่อพยพเข้ามาในช่วงราชวงศ์หมิงยังคงอัตลักษณ์ความเป็นจีนไว้ เช่น ทรงผม อาหารการกิน จนกระทั่งถึงบ้านเรือน จนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 18

ยุคเขมรแดง
หลังปี ค.ศ. 1979 เนื่องจากเขมรแดงขึ้นมามีอำนาจในแผ่นดินกัมพูชาโดยมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับทางการจีน ดังนั้นนโยบายต่อคนจีนในประเทศจึงได้รับการผ่อนปรนบ้างระดับหนึ่ง แต่ในช่วงนี้ก็มีชาวจีนบางส่วนอพยพออกนอกประเทศเป็นจำนวนมากเนื่องจากเกรงกลัวระบอบคอมมิวนิสต์ ต่อมารัฐบาลเขมรแดงถูกโค่นอำนาจโดยกองกำลังของเวียดนาม และได้จัดตั้งรัฐบาลหุ่นเฮง สัมรินขึ้นมา ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองอย่างยืดเยื้อ แต่ภายหลังก็สามารถลงนามในข้อตกลงปารีสเพื่อแก้ปัญหากัมพูชา โดยเวียดนามได้ยอมถอนทหารออกจากกัมพูชาในปี ค.ศ. 1991 หลังจากนั้นก็ได้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ขึ้น

ปัจจุบัน
หลังจากการเลือกตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ. 1993 และ ค.ศ. 1998 ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและกัมพูชาก็กลับมาดีขึ้นตามลำดับซึ่งส่งผลดีต่อชาวจีนภายในประเทศด้วย โดยรัฐบาลเองก็เรียกร้องให้บรรดาชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนที่อพยพออกนอกประเทศกลับมาลงทุน ทำธุรกิจ หรือพำนักในประเทศได้[3][4]นอกจากรัฐบาลจะสนับสนุนในเรื่องธุรกิจแล้ว รัฐบาลยังสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมชาวจีน รวมไปถึงการเรียนการสอนภาษาจีนภายในประเทศด้วย

ปัจจุบันชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนส่วนใหญ่จะประกอบธุรกิจการค้า โดยมีเกษตรกรส่วนน้อยที่ประกอบอาชีพปลูกสวนพริกไทย (กลุ่มชาวไหหลำ) แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนได้หันมาประกอบอาชีพอื่นมากขึ้น เช่น ร้านโชห่วย ร้านน้ำชา ร้านเหล้า ร้านขายผ้า ห้างสรรพสินค้า ร้านตัดผม ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ร้านขายนาฬิกา ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านขายรถจักรยานยนต์ ร้านขายยา โรงงานแปรรูปไม้ ผับ บาร์ โรงงานสิ่งทอ โรงงานโลหะ โรงงานทอผ้า เป็นต้น

กลุ่มชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน
ชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนมีอยู่ประมาณ 343,855 คน โดยส่วนมากเป็นเชื้อสายแต้จิ๋วประมาณ 60% รองลงมาได้แก่ กวางตุ้ง 20% ฮกเกี้ยน 7% ส่วนกลุ่มแคะ และไหหลำ มีรวมกันมีเพียง 4%

แต้จิ๋ว
แต้จิ๋ว (潮州) เป็นกลุ่มที่มากที่สุดในบรรดาชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน โดยส่วนใหญ่บรรพบุรุษอพยพมาจากเมืองเจียหยัง (กิกเอี๊ย), เฉาหยัง (เตี่ยเอี๊ย) และผู่หนิง (โผวเล้ง) โดยกลุ่มนี้จะเป็นผู้กุมอำนาจในด้านของการค้าสินค้าเกษตรกรรม พบได้ทั่วไปตามเมืองขนาดใหญ่ของกัมพูชา[6]

กวางตุ้ง
กวางตุ้ง (廣東) เป็นกลุ่มที่อพยพมาพำนักอยู่ก่อนกลุ่มการอพยพของกลุ่มแต้จิ๋วในช่วงปี ค.ศ. 1930 ชาวกวางตุ้งส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในเขตเมือง ชาวกวางตุ้งจะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งคมนาคม และมีจำนวนไม่น้อยที่ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง โดยเฉพาะช่างไม้ ชาวกัมพูชาเรียกคนจีนกลุ่มนี้ว่า เจินคะตุง (Chen-Catung) มีชุมชนขนาดใหญ่ในจังหวัดกำปงจาม[6]

ไหหลำ
ไหหลำ (海南) เป็นกลุ่มชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองกัมปอด จังหวัดกัมปอด โดยจะประกอบอาชีพทำสวนพริกไทยแต่ปัจจุบันส่วนใหญ่อพยพไปอยู่ในพนมเปญ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 กลุ่มชาวจีนไหหลำเป็นผู้กุมเศรษฐกิจเกี่ยวกับการโรงแรม และธุรกิจร้านอาหาร

แคะ]
แคะ (客家) ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพนมเปญ และจังหวัดสตึงแตรง[6] โดยชาวแคะรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเป็นทันตแพทย์ นอกนั้นยังประกอบอาชีพขายยาจีนแผนโบราณ และร้านโชห่วย

ฮกเกี้ยน
ฮกเกี้ยน (福建) เป็นกลุ่มชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนที่สำคัญมากกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากมีบทบาทในการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ รวมไปถึงการธนาคาร และชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนที่ร่ำรวยส่วนมากจะเป็นกลุ่มชาวฮกเกี้ยน มีศูนย์กลางอยู่ในจังหวัดกำปงธม มีบางส่วนในจังหวัดเสียมราฐ, พระตะบอง และกำปงชนัง[6]

การฟื้นฟูภาษาจีน
กลุ่มสมาคมชาวจีน และการเรียนภาษาจีนในกัมพูชาได้รับการรื้อฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มีการจัดตั้งสมาคมจีนกัมพุชาขึ้นในปี ค.ศ. 1990 โดยมีสาขาต่างๆกระจายอยู่ทั่วประเทศ สมาคมชาวจีนสำเนียงต่างๆก็ได้รับการฟื้นฟู เช่น สมาคมจีนกวางตุ้ง, สมาคมจีนแคะ, สมาคมจีนแต้จิ๋ว ฯลฯ ดดยสมาคมเหล่านี้มีผลงานสำคัญในการเร่งฟื้นฟูภาษาจีน ปัจจุบันมีโรงเรียนจีนในกัมพุชาเกือบ 60 แห่ง มีนักเรียนกว่า 50,000 คน โดยในกรุงพนมเปญจะมีโรงเรียนจีนเอกชนมากที่สุด โดยโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดเป็นของกลุ่มแต้จิ๋วชื่อ ตวงฮั้ว มีนักเรียนประมาณ 4,500 คน ส่วนสมาคมจีนแคะก็มีไม่ต่ำกว่า 2,000 คน

นอกจากการตั้งโรงเรียนจีนแล้ว ทางการกัมพูชายังอนุมัติให้มีหนังสือพิมพ์ภาษาจีน 3 ฉบับ และยังมีหนังสือพิมพ์จีนที่ดำเนินการโดยชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนอีก 1 ฉบับ อีกทั้งยังมีหนังสือพิมพ์จีนจากไทยไปจำหน่าย เช่น หนังสือพิมพ์สากลรายวัน (The Universal Daily News) และหนังสือพิมพ์เอเชียนิวส์ไทม์ (Asia News Time)

ชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนที่มีชื่อเสียง[แก้]
1 พล พต (ซาลอธ ซาร์) – ผู้นำเขมรแดง (เชื้อสายเขมร-จีน)
2 ตา ม็อก (ฌิต เชือน) – ผู้นำเขมรแดง ผู้ได้สมญานาม “นักฆ่าขาเดียว” (เชื้อสายเขมร-จีน)
3 ลอน นอล – ประธานาธิบดีสาธาณรัฐเขมร และนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา (เชื้อสายเขมร-จีน)
4 บุน รานี – นายิกาสภากาชาดกัมพูชา และภรรยาของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนปัจจุบัน (เชื้อสายจีนไหหลำ)
5 สิน สีสมุต – นักร้องเจ้าของฉายา “ราชาเพลงเขมร” (เชื้อสายเขมร-ไทย-เวียดนาม-จีน-ลาว)
6 จาม ประสิทธิ์ – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดิมมีชื่อว่า Ung You Teckhor ใช้แซ่อึ๊ง
7 เตีย บัญ (สังวาลย์ หินกลิ้ง) – รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม[8] และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเสียมราฐ สังกัดพรรคประชาชนกัมพูชา[9] (เชื้อสายไทย-จีน)
8 สกุน นิสา – นักร้อง (เป็นบุตรของคนเชื้อสายจีน)

ที่มา wigipedia

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *