คำทำนายดั่งตาเห็น ในพระพุทธเจ้าหลวง ร.๕ !!! จากพระผู้น้อยหาฤกษ์สึก ขึ้นสู่ สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๓ อริยสงฆ์เจ้าผู้เคร่งครัด !!!

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงศ์ เป็นโอรสในหม่อมเจ้าถนอม นพวงศ์ และหม่อมเอม (สกุลเดิม คชเสนี) ประสูติภายในวังของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้านพวงศ์ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส (ต้นราชสกุลนพวงศ์) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๕ ตรงกับวันแรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีวอก ส่วนหม่อมเอมพระชนนีนั้น เป็นธิดาพระยาดำรงราชพลขันธ์ (จุ้ย คชเสนี) ซึ่งเป็นบุตรเจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรียะ คชเสนี)

ต่อมาได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร โดยทำหน้าที่เป็นคะเดท ทหารม้าในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ มีหน้าที่ตามเสด็จรักษาพระองค์

ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงดำรงตำแหน่งอยู่ ๑๔ พรรษา สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๑ สิริพระชนมายุ ๘๖ พรรษา

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ครั้งยังทรงเป็นเพียง “พระมหาชื่น สุจิตฺโต ประโยค ๗” อยู่ในวัดบวรนิเวศวิหารนั้น สมัยนั้นวัดบวรนิเวศวิหารมีเจ้าอาวาสชื่อ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งว่ากันว่ามีพระอุปนิสัย “เฮี๊ยบ” สุดๆ พระมหาชื่นทั้งถูกดุด่าว่ากล่าวประหนึ่งกระท้อนโดนทุบจึงทั้งเหนื่อยทั้งท้อแท้ หนักเข้าก็ถึงกับคิดสึก คิดไม่คิดเปล่า พระมหาชื่นสั่งญาติให้หาเสื้อผ้ากางเกงอันเป็นเครื่องทรงของคฤหัสถ์ไว้พรักพร้อมแล้ว ก็เข้าไปกราบเรียนสมเด็จฯเจ้าอาวาสว่าจะหาฤกษ์สึกในอีกสองวันข้างหน้า สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสก็มิได้ตรัสตอบว่าประการใด ปล่อยให้พระมหาชื่นเดินหน้าไปหาหมอดูเพื่อขอฤกษ์สึก

ก่อนวันที่พระมหาชื่นจะได้ฤกษ์สึกวันหนึ่ง เป็นเวลาเย็น สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จมาที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อทรงนมัสการสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

ครั้นเสร็จพระราชธุระในตำหนักสมเด็จพระสังฆราชเจ้าแล้ว ตามปกติก็จะเสด็จกลับ แต่ปรากฏว่าเย็นวันนั้น สมเด็จพระปิยมหาราชหลังจากเสด็จลงจากตำหนักสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ก็เสด็จตรงไปยังกุฏิของพระมหาชื่นทันที พระมหาชื่นกำลังชื่นชมอยู่กับเสื้อราชประแตนและกางเกงขาก๊วย เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จตรงมายังกุฏิของตนเองเช่นนั้นก็ใจสั่นทำอะไรไม่ถูก ยิ่ง ร.๕ เสด็จประทับยืนอยู่ที่หน้ากุฏิ พระมหาชื่นยิ่งกระวนกระวาย ไม่กล้าทูลเชิญเสด็จเข้าในกุฏิ ได้แต่คว้าผ้าจีวรและสังฆาฏิมาครองให้เป็นปริมณฑลและนั่งพับเพียบอยู่ภายในกุฏิ

ครั้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงยืนตรัสกับพระมหาชื่นว่า ทราบข่าวว่าคุณจะสึกวันพรุ่งนี้หรือ ?

พระมหาชื่นก็ถวายพระพรตอบว่า เป็นความจริง ขอถวายพระพร

สมเด็จพระปิยมหาราชตรัสต่อไปอีกว่า “อันเรื่องสึกเรื่องหานั้นมันเป็นเรื่องธรรมดา พระจะสึก คนจะคลอด ใครจะไปห้ามกระไรได้ แต่ฉันอยากจะบอกให้รู้ว่า คนอย่างคุณนั้นบวชเป็นพระแล้วหายาก แต่ถ้าสึกออกมาเป็นฆราวาสก็จะหาง่าย”

ตรัสเพียงเท่านี้ก็ทรงยกพระหัตถ์นมัสการลากลับ

ปรากฏว่าไม่ว่าฤกษ์จะงามยามจะดีอย่างไรในวันพรุ่งนี้ รวมทั้งเสื้อราชประแตนอันแสนจะน่าเสน่หานั้น ถูกยกเลิกหมด พระมหาชื่นรูปนั้น ภายหลังได้รับการสถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก รูปที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ภายหลัง เมื่อมีคนไปทูลถามพระองค์ว่า “เหตุใดจึงตัดพระทัยไม่ยอมสึก” สมเด็จพระสังฆราชชื่นก็ตรัสตอบว่า “เพราะข้าอยากเป็นคนหายากว่ะ”

อ้างอิงข้อมูลจาก – www.alittlebuddha.com , th.wikipedia.org

tnews

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *